The Current War ชิงเหลี่ยม! สงครามกระแสไฟฟ้า เพียงแค่พล็อตเรื่อง The Current War หรือในชื่อไทยว่า สงครามไฟฟ้า คนขั้วอัจฉริยะ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยอ้างอิงจากหน้าประวัติศาสตร์ ที่ทำให้โลกนี้ไม่มีกลางคืนอีกต่อไป อย่างเหตุการณ์ The War of the Currents หรือ สงครามกระแสไฟฟ้า การแข่งขันของระบบที่ใช้ส่งพลังงานไฟฟ้า ช่วงปีคริสต์ทศวรรษ 1880 ถึงต้นคริสต์ทศวรรษ 1890 ที่เป็นการต่อสู้กันระหว่าง ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ก็เพียงพอที่จะทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูมาก ๆ

The Current War เล่าเรื่องการเชือดเฉือน ชิงเหลี่ยมทางวิทยาศาสตร์และธุรกิจระหว่าง 2 นักประดิษฐ์อัจฉริยะแห่งยุคที่ทุกคนคุ้นชื่อกันดีอย่าง โทมัส อัลวา เอดิสัน (เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์) ผู้นำแสงสว่างมาสู่เกาะแมนฮัตตันด้วยไฟฟ้ากระแสตรงโดยมีกลุ่มทุน เจ.พี. มอร์แกน ให้การสนับสนุน

อีกด้านคู่แข่งธุรกิจไฟฟ้าอย่าง จอร์จ เวสติงเฮาส์ (ไมเคิล แชนนอน) ก็ได้ชี้จุดบกพร่องของไฟฟ้ากระแสตรง ก็ได้อีกหนึ่งยอดนักประดิษฐ์อัจฉริยะ นิโคลา เทสลา (นิโคลัส โฮลท์) มาเป็นพวก และได้นำเสนอทฤษฎีไฟฟ้ากระแสสลับที่เทสลาคิดค้น จนแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ท้าทายเอดิสันซึ่งเป็นเจ้าตลาดอยู่เดิม จนเกิดเป็นสงครามกระแสไฟฟ้าที่จะพลิกโฉมโลกใบนี้

ว่ากันอย่างตรงไปตรงมา ใครที่สนใจจะไปดู The Current War มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้อง “ทำการบ้าน” ในเรื่องของประวัติศาสตร์เรื่องสงครามกระแสไฟฟ้าบ้างพอสมควร เพื่อให้รู้รายละเอียดทั้งเหตุการณ์และตัวละครที่มีอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแค่รู้จักชื่อเท่านั้น

เพราะแม้หนังจะตัดต่อตัวอย่างออกมาได้น่าสนใจ น่าตื่นเต้นแค่ไหน แต่ในหนังจริง ๆ แล้ว กลับไม่ได้มีจังหวะของการเล่าเรื่องราวที่น่าลุ้น น่าตื่นเต้นเท่าใดนัก แม้การกำกับของ อัลฟองโซ โกเมซ-รีจอน จะเต็มไปด้วยรายละเอียดของงานสร้างที่ดูดี แต่ในรายละเอียดของบทสนทนานั้น ถือว่าเป็นยาขมพอสมควรสำหรับคนดูที่ไม่ได้ทำการบ้านมา กับศัพท์เฉพาะทางมากมาย ที่เป็นการถกเถียงกันว่า ไฟฟ้ากระแสตรง และ ไฟฟ้ากระแสสลับ ที่หากตามไม่ทันหรือไม่เข้าใจ ก็คงจะติดตามไปแบบมึนงงตลอดทั้งเรื่อง แอบเสียดายศักยภาพของหนังที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้

ชื่อของ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์, ไมเคิล แชนนอน, นิโคลัส โฮลท์ ยังไม่นับสมทบชั้นดีอย่าง แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน, ทอม ฮอลแลนด์ ก็ต้องบอกว่า The Current War คือหนังที่เพียบพร้อมไปด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่างแท้จริง เพียงแค่บุคลิกที่นักแสดงแต่ละคนสวมบทบาทอยู่ ก็ตรึงเราจนอยู่หมัด ทำให้ไม่อาจละสายตาไปจากเรื่องราวตรงหน้า

แม้เกือบตลอดเรื่อง โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรกของหนัง จะทรมานไปกับบทสนทนาที่ยืดยาวและเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคมากมาย ถ้าไม่ได้เหล่านักแสดงที่ช่วยกันส่งพลังกันในเรื่อง ความน่าสนใจชวนติดตามของเรื่องคงหดหายไปมากกว่านี้

หากมองข้ามเรื่องของบท เรื่องของการแสดง The Current War คือหนังที่สะท้อนภาพของการ “แข่งขัน” ที่มีอยู่ในทุก ๆ วงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ หรือไปจนถึงเรื่องของวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม ที่เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ และในเมื่อมันคือการแข่งขันที่ไม่ใช่เกมกีฬา และเมื่อผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใคร การแข่งขันจึงเต็มไปด้วยอุบาย เล่ห์กลต่าง ๆ ที่พร้อมจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามนั้นเสียหายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพื่อให้ตัวเองได้เป็นที่หนึ่ง หรือในทางตรงกันข้ามก็เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดในการแข่งขันนี้

บทสรุปของเรื่อง แม้จะเผยให้เห็นถึงผู้ชนะ แต่มันก็มีรายละเอียดในชัยชนะ ที่ออกจะเป็นเรื่อง “ตลกร้าย” ที่ทำให้เราไม่อาจฟันธงได้ว่า ในเรื่องนี้มีผู้ชนะที่แท้จริง