นายกรัฐมนตรี เอดูอาร์ด ฟิลลีป แห่งฝรั่งเศส พร้อมคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ประกาศลาออกในวันศุกร์ ขณะที่ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง เดินหน้าทำตามคำสัญญาในการปรับเปลี่ยนรัฐบาลเพื่อชนะใจประชาชนให้มากขึ้นก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้าในอีก 2 ปี

แผนการยกเครื่องรัฐบาลของปธน.มาครง เริ่มเดินเครื่องขณะที่ฝรั่งเศสประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการคาดกันว่า เศรษฐกิจของประเทศจะหดตัวถึง 11 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้

รายงานข่าวระบุว่า นักลงทุนกำลังจับตาดูว่า หลังการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ บรูโน เล แมร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะได้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมหรือไม่ หลังกลายมาเป็นที่รู้จักในฐานะรัฐมนตรีที่ทำการปฏิรูปเศรษฐกิจฝรั่งเศสให้มีเสรีมากขึ้นและลงทุนเงินก้อนใหญ่เพื่อให้บริษัทชั้นนำ เช่น สายการบิน แอร์ ฟรานซ์ และ บริษัทรถยนต์ เรโนลต์ ไม่ให้ล้มไปเพราะวิกฤติเศรษฐกิจ

ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า จะสรุปว่าผู้ใดจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในเร็วๆ นี้ ขณะที่มีรายงานข่าวว่า ปธน.มาครง และ นายกรัฐมนตรี ฟิลลีป ร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเมื่อวันพุธและร่วมประชุมกันต่อในวันพฤหัสบดี โดยแหล่งข่าวจากทำเนียบประธานธิบดีกล่าวว่า ทั้งคู่ใช้เวลาพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของรัฐบาลที่จะช่วยนำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าในทิศทางใหม่

ปธน.มาครง บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนที่แล้ว เกี่ยวกับความประสงค์ที่จะล้างไพ่รัฐบาลใหม่เพื่อเตรียมพร้อมประเทศให้เข้าสู่ช่วงการฟื้นฟูจากผลกระทบของการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

นักวิเคราะห์ด้านการเมือง ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีในคราวนี้ถือเป็นการเดิมพันสำหรับปธน.มาครง เนื่องจาก นายกรัฐมนตรี ฟิลลีป เป็นประชาชนนิยมชมชอบมากกว่า ทั้งยังแสดงความจงรักภักดีต่อตัวประธานาธิบดีตลอดช่วงเวลาที่เกิดปัญหาในประเทศโดยไม่พยายามแสดงตนเหนือกว่าแม้แต่น้อย แต่การไม่เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเลยก็อาจถูกมองว่า ปธน.มาครง เป็นผู้นำที่อ่อนแอได้